VAT คืออะไร?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT: Value Added Tax) คือภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าหรือให้บริการในแต่ละทอด ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT จะเรียกเก็บภาษีจากลูกค้า (ภาษีขาย) แล้วนำส่งกรมสรรพากรหลังหักภาษีที่ตนจ่ายไปตอนซื้อสินค้าหรือบริการ (ภาษีซื้อ)

พูดง่าย ๆ คือ ผู้ประกอบการทำหน้าที่ เก็บภาษีแทนรัฐ ภาระภาษีจริงตกอยู่กับผู้บริโภคปลายทาง

ต้องจด VAT เมื่อไร?

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระ และมี รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ

ตัวอย่าง บริษัทเริ่มขายสินค้าตั้งแต่ต้นปี และในวันที่ 10 กันยายน ยอดรายรับสะสมขยับจาก 1,790,000 บาท เป็น 1,820,000 บาท วันที่ 10 กันยายนจึงเป็นวันที่รายรับเกินเกณฑ์ และต้องยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันนั้น

รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม?

ได้ ผู้ประกอบการสามารถขอจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจได้ แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งเหมาะกับกรณีเช่น

แต่ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเมื่อจด VAT แล้วจะมีหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มียอดขายก็ตาม

ธุรกิจอะไรไม่ต้องจด VAT?

กิจการบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ตัวอย่างเช่น

รายละเอียดของแต่ละกิจการมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรตรวจสอบก่อนสรุปว่าได้รับยกเว้นหรือไม่

อัตรา VAT ปัจจุบันเท่าไร?

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายคือ 10% แต่รัฐบาลลดอัตราลงเป็นการชั่วคราวมาต่อเนื่อง ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติขยายการจัดเก็บที่ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

คำนวณ VAT อย่างไร?

หลักการคำนวณคือ

ภาษีที่ต้องชำระ = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ

รายการจำนวนเงิน (บาท)
ยอดขายในเดือน (ก่อน VAT)500,000
ภาษีขาย 7%35,000
ยอดซื้อสินค้าและบริการ (ก่อน VAT)300,000
ภาษีซื้อ 7%21,000
ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้14,000

หากเดือนใดภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ส่วนต่างสามารถขอคืนเป็นเงินสดหรือนำไปเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้

ภาษีซื้อที่นำมาหักได้ต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง และเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ภาษีซื้อบางประเภท เช่น ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับการรับรอง ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่นำมาหักไม่ได้

หลังจด VAT ต้องทำอะไรบ้าง?

1. ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย

ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น และข้อมูลในใบกำกับภาษีต้องครบตามที่กฎหมายกำหนด

2. ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

ยื่นแบบและชำระภาษี ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากยื่นทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับการขยายเวลาเป็น ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

ต้องยื่นทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มียอดขายหรือยอดซื้อ

3. จัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และรายงานสินค้า

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (สำหรับกิจการขายสินค้า) และเก็บไว้ ณ สถานประกอบการ

4. แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)

ต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผยที่สถานประกอบการ

5. เก็บเอกสารให้ครบ

ใบกำกับภาษีซื้อ สำเนาใบกำกับภาษีขาย และรายงานต่าง ๆ ต้องเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด


ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน แต่ไม่จด VAT จะเป็นอย่างไร?

การไม่จดทะเบียนภายในกำหนดถือว่าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และอาจมีผลดังนี้

ดังนั้นควรติดตามยอดรายรับสะสมทุกเดือน เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่าใกล้ถึงเกณฑ์หรือยัง

ควรเตรียมอะไรก่อนจด VAT?

อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเตรียมเอกสารบัญชีรายเดือน:

การทำบัญชีรายเดือนคืออะไร? บริษัทต้องทำอะไรบ้าง

สรุป

ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อ รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน หรือจะจดโดยสมัครใจก่อนถึงเกณฑ์ก็ได้

หลังจด VAT ต้องออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ปัจจุบันอัตรา VAT อยู่ที่ 7% ซึ่งขยายเวลาถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

แหล่งอ้างอิง

ให้ SmartAcc ดูแลบัญชีและธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก

หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ SmartAcc Accounting & Audit Co., Ltd. พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งจดทะเบียนบริษัท แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท รับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษี และตรวจสอบงบการเงิน โดยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

📌 แอดไลน์ : @smartacc
📞 095-814-4519
📞 081-296-6739
📞 082-971-9614

One Response

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *