ภาษีเงินได้นิติบุคคลคืออะไร?
ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือภาษีที่บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องเสียจาก กำไรสุทธิ ของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ บริษัทเสียภาษีจากกำไร ไม่ใช่จากรายได้ หากปีใดขาดทุนทางภาษี ก็ไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระ แต่ยังต้องยื่นแบบตามกำหนดอยู่ดี
โดยหลัก กำไรสุทธิทางภาษี = รายได้ – รายจ่ายที่หักได้ตามประมวลรัษฎากร
กำไรทางภาษีอาจไม่เท่ากับกำไรทางบัญชี เพราะรายจ่ายบางรายการถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ต้องบวกกลับก่อนคำนวณภาษี
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไป
อัตราทั่วไปคือ 20% ของกำไรสุทธิ
อัตราภาษีสำหรับ SME
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไข SME ได้อัตราภาษีแบบขั้นบันได โดยต้องมีครบ 2 ข้อ
- ทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท
- รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบบัญชีนั้นไม่เกิน 30 ล้านบาท
| กำไรสุทธิ | อัตราภาษี SME |
|---|---|
| ไม่เกิน 300,000 บาท | ยกเว้น (0%) |
| ส่วนที่เกิน 300,000 – 3,000,000 บาท | 15% |
| ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป | 20% |
ข้อควรสังเกตคือ เงื่อนไขใช้ ทุนชำระแล้ว ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน
อ่านเรื่องทุนจดทะเบียนกับทุนชำระแล้วเพิ่มเติม:
ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ต้องใช้เงินจริงเท่าไร?
ตัวอย่างการคำนวณภาษี
บริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษีทั้งปี 2,000,000 บาท
| ช่วงกำไรสุทธิ | อัตรา | ภาษี (บาท) |
|---|---|---|
| 300,000 บาทแรก | 0% | 0 |
| 1,700,000 บาทถัดมา | 15% | 255,000 |
| รวม (กรณีเป็น SME) | 255,000 | |
| เปรียบเทียบ: อัตราทั่วไป 20% | 400,000 |
จะเห็นว่าสิทธิ SME ช่วยลดภาระภาษีได้มากในช่วงที่ธุรกิจยังมีขนาดไม่ใหญ่
ต้องยื่นแบบอะไรบ้าง?
บริษัทต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลปีละ 2 ครั้ง
ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี)
เป็นการประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีแล้วเสียภาษีล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง ต้องยื่น ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี
ตัวอย่าง รอบบัญชี 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในวันที่ 31 สิงหาคม
บริษัทที่เพิ่งจัดตั้งและมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบบัญชีแรกนั้น
ภ.ง.ด.50 (ภาษีประจำปี)
ยื่นพร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดยนำภาษีที่ชำระไว้ตาม ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาเป็นเครดิตภาษี
กรณียื่นทางอินเทอร์เน็ต ได้รับการขยายเวลาอีก 8 วันสำหรับแบบที่ต้องยื่นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
ประมาณการกำไรใน ภ.ง.ด.51 ต่ำเกินไป มีผลอย่างไร?
หากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกำไรสุทธิจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร กรมสรรพากรอาจเรียกเก็บเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาดไป
ดังนั้นการทำบัญชีระหว่างปีให้เป็นปัจจุบันจะช่วยให้ประมาณการได้ใกล้เคียงความจริง
อ่านเพิ่มเติม:
บริษัทต้องทำบัญชีทุกเดือนหรือไม่? ถ้าไม่ทำจะมีผลอย่างไร
รายจ่ายแบบไหนนำมาหักภาษีได้?
โดยทั่วไป รายจ่ายที่หักได้ควรมีลักษณะดังนี้
- เป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ
- มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
- เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
- ไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร
ตัวอย่างรายจ่ายที่มักถูกบวกกลับ เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ ค่าปรับและเงินเพิ่มทางภาษี และรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่าไม่มีกำไรแล้วไม่ต้องยื่นแบบ
- ใช้ทุนจดทะเบียนแทนทุนชำระแล้วในการพิจารณาสิทธิ SME
- ลืมนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาเครดิต
- ไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 หรือประมาณการต่ำเกินจริง
- ยื่น ภ.ง.ด.50 แล้วแต่ไม่ได้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
อ่านเพิ่มเติม:
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? อัตราที่ใช้บ่อย และการยื่น ภ.ง.ด.3/53
สรุป
บริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ อัตราทั่วไป 20% ส่วน SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้อัตราขั้นบันได 0% สำหรับกำไร 300,000 บาทแรก 15% สำหรับส่วนถัดไปถึง 3 ล้านบาท และ 20% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท
ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี และ ภ.ง.ด.50 ประจำปีทุกรอบบัญชี แม้ขาดทุนก็ต้องยื่น
แหล่งอ้างอิง
ให้ SmartAcc ดูแลบัญชีและธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก
หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ SmartAcc Accounting & Audit Co., Ltd. พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งจดทะเบียนบริษัท แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท รับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษี และตรวจสอบงบการเงิน โดยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
📌 แอดไลน์ : @smartacc
📞 095-814-4519
📞 081-296-6739
📞 082-971-9614

