ปิดงบการเงินคืออะไร?

ปิดงบการเงิน คือกระบวนการจัดทำและสรุปข้อมูลทางบัญชีของบริษัทเมื่อสิ้นสุดรอบปีบัญชี เพื่อให้ทราบว่าบริษัทมีสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น รายได้ และค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร รวมถึงผลประกอบการของบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา

หลายคนมักเข้าใจว่า “ปิดงบ” หมายถึงการนำเอกสารไปยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว การปิดงบการเงิน การตรวจสอบงบ การอนุมัติงบ และการยื่นงบการเงิน เป็นคนละขั้นตอนกัน

สำหรับบริษัทจำกัด รอบปีบัญชีโดยทั่วไปจะสิ้นสุดตามรอบปีบัญชีที่บริษัทกำหนด โดยรอบปีบัญชีแรกต้องไม่เกิน 12 เดือน และเมื่อสิ้นรอบปีบัญชี บริษัทมีหน้าที่จัดทำงบการเงินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บริษัทต้องปิดงบการเงินทุกปีหรือไม่?

โดยหลัก บริษัทจำกัดต้องจัดทำงบการเงินตามรอบปีบัญชี และต้องนำงบการเงินไปดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น แม้บริษัทจะ

ก็ไม่ควรเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องจัดทำงบการเงิน

สิ่งสำคัญคือ การไม่มีรายได้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทไม่มีหน้าที่ด้านบัญชีและงบการเงิน

เรื่องนี้แตกต่างจาก “ต้องทำบัญชีทุกเดือนหรือไม่” เพราะการทำบัญชีรายเดือนเป็นกระบวนการจัดการข้อมูลทางบัญชีให้พร้อมใช้งานและพร้อมสำหรับการจัดทำงบ ขณะที่การปิดงบเป็นการสรุปบัญชีเมื่อสิ้นรอบปีบัญชี

หากต้องการอ่านเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถเชื่อมไปยังบทความ:

บริษัทต้องทำบัญชีทุกเดือนหรือไม่? ถ้าไม่ทำจะมีผลอย่างไร

ปิดงบการเงินกับทำบัญชีรายเดือนต่างกันอย่างไร?

สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เรื่องการทำบัญชีรายเดือนการปิดงบการเงิน
ช่วงเวลาดำเนินการเป็นระยะตลอดปีเมื่อสิ้นรอบปีบัญชี
จุดประสงค์บันทึกและตรวจสอบรายการทางบัญชีสรุปผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน
เอกสารใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ รายการธนาคาร ฯลฯใช้ข้อมูลบัญชีทั้งหมดของรอบปี
ผลลัพธ์ข้อมูลบัญชีและรายงานระหว่างปีงบการเงินประจำปี
การตรวจสอบโดย CPAไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกับการตรวจงบประจำปีงบของบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การทำบัญชีรายเดือนที่เป็นระบบจะช่วยให้การปิดงบเมื่อสิ้นปีทำได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการปิดงบการเงินมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปการปิดงบการเงินสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ ๆ ได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมเอกสารทางบัญชี

สำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีจะรวบรวมเอกสารของบริษัทตลอดรอบบัญชี เช่น

เอกสารประกอบการลงบัญชีควรมีความครบถ้วนและสามารถอธิบายรายการทางบัญชีได้


ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบและปรับปรุงรายการบัญชี

เมื่อรวบรวมเอกสารแล้ว จะต้องตรวจสอบว่ารายการต่าง ๆ ถูกบันทึกบัญชีครบถ้วนหรือไม่

ตัวอย่างรายการที่อาจต้องตรวจสอบหรือปรับปรุง ได้แก่

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญ เพราะหากข้อมูลตั้งต้นไม่ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นก็อาจคลาดเคลื่อนได้


ขั้นตอนที่ 3 กระทบยอดบัญชี

การกระทบยอดเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลในระบบบัญชีกับเอกสารหรือข้อมูลจากแหล่งอื่น เพื่อค้นหาความผิดปกติ

ตัวอย่างเช่น

บัญชีเงินฝากธนาคาร

นำยอดตามบัญชีบริษัทมาเปรียบเทียบกับ Statement ธนาคาร

หากพบว่ายอดไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบว่าเกิดจาก


ขั้นตอนที่ 4 จัดทำรายการปรับปรุงบัญชี

หลังจากตรวจสอบข้อมูลแล้ว อาจต้องบันทึกรายการปรับปรุงเพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีสะท้อนสถานะของบริษัท ณ วันสิ้นรอบบัญชีอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น

ขั้นตอนนี้ควรดำเนินการโดยผู้ทำบัญชีที่มีความรู้และเข้าใจธุรกิจของบริษัท


ขั้นตอนที่ 5 จัดทำงบทดลองและตรวจสอบความถูกต้อง

หลังจากบันทึกรายการและปรับปรุงบัญชีแล้ว จะมีการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีและจัดทำงบทดลองเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับจัดทำงบการเงิน

ควรตรวจสอบว่าบัญชีสำคัญต่าง ๆ มีความสมเหตุสมผลหรือไม่ เช่น


ขั้นตอนที่ 6 จัดทำงบการเงิน

เมื่อข้อมูลทางบัญชีได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงแล้ว จึงนำไปจัดทำงบการเงิน

สำหรับบริษัท งบการเงินจะสะท้อนข้อมูลสำคัญ เช่น

งบแสดงฐานะการเงิน

แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ

เพื่อให้เห็นฐานะทางการเงินของบริษัท ณ วันสิ้นรอบบัญชี

งบกำไรขาดทุน

แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ

เพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี

ทั้งนี้ รูปแบบและรายละเอียดของงบการเงินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง


ขั้นตอนที่ 7 ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงิน

สำหรับบริษัทจำกัด งบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ก่อนแสดงความเห็นต่อรายงานทางการเงิน

ดังนั้น สำนักงานบัญชีกับผู้สอบบัญชีไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน

สำนักงานบัญชีอาจรับผิดชอบด้านการทำบัญชีและจัดทำงบการเงิน ขณะที่ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน


ขั้นตอนที่ 8 เสนองบการเงินต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

เมื่อจัดทำและตรวจสอบงบการเงินแล้ว บริษัทจำกัดต้องนำงบการเงินเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทปิดรอบปีบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม

โดยหลัก บริษัทต้องดำเนินการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับจากวันปิดบัญชี


ขั้นตอนที่ 9 ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หลังจากงบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทจำกัดต้องยื่นงบการเงินต่อนายทะเบียนภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่

ปัจจุบันการนำส่งงบการเงินสามารถดำเนินการผ่านระบบ DBD e-Filing ตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจว่า

“ปิดงบวันที่ 31 ธันวาคม = ต้องยื่นงบทันทีวันที่ 31 ธันวาคม”

เพราะยังมีขั้นตอนการจัดทำ ตรวจสอบ และอนุมัติงบการเงินก่อนการยื่นตามกำหนดเวลา


ตัวอย่าง Timeline การปิดงบการเงิน

สมมติบริษัทกำหนดวันสิ้นรอบปีบัญชีเป็น 31 ธันวาคม

สามารถมองภาพรวมได้ดังนี้

31 ธันวาคม

สิ้นรอบปีบัญชี

รวบรวมและตรวจสอบเอกสาร

ปรับปรุงบัญชีและจัดทำงบการเงิน

ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็น

ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี

ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบ

ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติงบ

ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแนวทางระบุสำหรับบริษัทจำกัดว่า ต้องนำงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้วเสนอที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และยื่นงบภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

ถ้าบริษัทไม่มีรายได้ ต้องปิดงบหรือไม่?

ต้องดำเนินการด้านบัญชีและงบการเงินตามหน้าที่ของบริษัท ไม่ควรถือว่าไม่มีรายได้แล้วไม่ต้องทำอะไร

ตัวอย่างเช่น บริษัทเพิ่งจัดตั้งและยังไม่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจ อาจมีรายการเพียงไม่กี่รายการ เช่น

แม้จะไม่มีรายได้ แต่รายการเหล่านี้ก็ยังเป็นข้อมูลทางบัญชีที่ต้องพิจารณาในการจัดทำบัญชีและงบการเงิน

ดังนั้น “ไม่มีรายได้” กับ “ไม่มีหน้าที่ด้านบัญชี” เป็นคนละเรื่องกัน

ถ้าปล่อยบัญชีไว้หลายเดือนแล้วค่อยปิดงบได้ไหม?

ในทางปฏิบัติ หากบริษัทปล่อยเอกสารและรายการบัญชีค้างไว้หลายเดือน การกลับมาจัดทำบัญชีย้อนหลังสามารถทำได้ในบางกรณี แต่จะทำให้การตรวจสอบและปิดงบยุ่งยากขึ้น

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น

จึงควรจัดการบัญชีอย่างต่อเนื่องตลอดปี มากกว่ารอให้ถึงปลายปีแล้วจึงรวบรวมเอกสารทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

การทำบัญชีรายเดือนคืออะไร? บริษัทต้องทำอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

ปิดงบการเงินต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารที่ควรเตรียมขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจและรายการที่เกิดขึ้นจริง แต่โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย

เอกสารรายรับ

เอกสารรายจ่าย

เอกสารธนาคาร

เอกสารเกี่ยวกับสินทรัพย์

เอกสารอื่น ๆ

ปิดงบการเงินใช้เวลานานแค่ไหน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

บริษัทที่มีรายการไม่มากและเอกสารครบถ้วนมักสามารถเตรียมงานได้ง่ายกว่าบริษัทที่มีรายการจำนวนมากหรือมีบัญชีย้อนหลังค้างอยู่

ดังนั้น หากต้องการให้การปิดงบรวดเร็ว สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเร่งทำงบตอนสิ้นปี แต่คือ การจัดการบัญชีและเอกสารให้เป็นระบบตั้งแต่ระหว่างปี

สรุป ปิดงบการเงินต้องทำอะไรบ้าง?

สรุปง่าย ๆ กระบวนการปิดงบการเงินของบริษัทสามารถมองเป็นลำดับได้ดังนี้

1. รวบรวมเอกสาร

2. ตรวจสอบรายการบัญชี

3. กระทบยอดบัญชี

4. ปรับปรุงบัญชี

5. จัดทำงบการเงิน

6. ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็น

7. เสนองบต่อที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

8. ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

สำหรับบริษัทจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุกรอบสำคัญว่าให้นำงบการเงินเสนอที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และยื่นงบภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

ปิดงบการเงินไม่ใช่เพียงการนำงบไปยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่เป็นกระบวนการตั้งแต่การรวบรวมเอกสาร ตรวจสอบและปรับปรุงบัญชี จัดทำงบการเงิน ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี ไปจนถึงการอนุมัติงบและนำส่งตามกำหนดเวลา

สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการจัดเก็บเอกสารและจัดทำบัญชีอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อถึงรอบปิดบัญชีจะช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบ บัญชีย้อนหลัง และการยื่นงบล่าช้า

หากบริษัทกำลังเริ่มต้นธุรกิจ ควรวางระบบบัญชีตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอจนถึงช่วงปิดงบแล้วจึงเริ่มรวบรวมเอกสารทั้งหมด

ให้ SmartAcc ดูแลบัญชีและธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก

หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ SmartAcc Accounting & Audit Co., Ltd. พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งจดทะเบียนบริษัท แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท รับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษี และตรวจสอบงบการเงิน โดยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

📌 แอดไลน์ : @smartacc
📞 095-814-4519
📞 081-296-6739
📞 082-971-9614

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *