เมื่อบริษัทเริ่มจ้างพนักงาน ต้องทำอะไรบ้าง?
การจ้างพนักงานคนแรกทำให้บริษัทมีหน้าที่เพิ่มขึ้น 2 ส่วนหลัก คือ
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน ยื่นต่อกรมสรรพากร
- เงินสมทบประกันสังคม นำส่งต่อสำนักงานประกันสังคม
ทั้งสองเรื่องเป็นหน้าที่ประจำเดือน และมีกำหนดเวลาไม่เหมือนกัน จึงควรวางระบบเงินเดือนให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรก
ส่วนที่ 1: ภาษีเงินเดือนพนักงาน (ภ.ง.ด.1)
นายจ้างต้องหักภาษีจากเงินเดือนอย่างไร?
นายจ้างคำนวณภาษีโดยประมาณจากเงินได้ทั้งปีของพนักงาน หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ทราบ แล้วเฉลี่ยหักภาษีเป็นรายเดือน
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันได
| เงินได้สุทธิต่อปี | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 บาท | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| เกิน 5,000,000 บาท | 35% |
ตัวอย่างการคำนวณ
พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคม
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท/ปี) |
|---|---|
| เงินเดือนทั้งปี (30,000 × 12) | 360,000 |
| หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 | (100,000) |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | (60,000) |
| หักเงินสมทบประกันสังคม (875 × 12) | (10,500) |
| เงินได้สุทธิ | 189,500 |
| ภาษีทั้งปี (ส่วนที่เกิน 150,000 × 5%) | 1,975 |
| ภาษีที่หักต่อเดือน (โดยประมาณ) | ประมาณ 165 |
ตัวเลขจริงจะเปลี่ยนตามค่าลดหย่อนที่พนักงานแจ้ง เช่น ประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือค่าลดหย่อนบุตร
กำหนดยื่น ภ.ง.ด.1
- ยื่นแบบกระดาษ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- ยื่นทางอินเทอร์เน็ต ได้รับการขยายเวลา ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
หากเดือนใดพนักงานทุกคนมีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี และไม่มีภาษีต้องหัก ก็ไม่ต้องยื่นแบบสำหรับเดือนนั้น แต่ยังต้องรวมข้อมูลไว้ในแบบสรุปประจำปี
หน้าที่ประจำปี
- ยื่น ภ.ง.ด.1ก สรุปเงินได้และภาษีที่หักทั้งปีของพนักงานทุกคน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป
- ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงาน เพื่อใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
ส่วนที่ 2: ประกันสังคม
ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องอยู่ในระบบประกันสังคม และต้อง ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มจ้าง รวมถึงแจ้งลูกจ้างที่ลาออก ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อัตราเงินสมทบและเพดานค่าจ้างใหม่ ปี 2569
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบปรับจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท โดยอัตราเงินสมทบยังคงเป็น 5% ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง
| เงินเดือนลูกจ้าง | เงินสมทบลูกจ้าง | เงินสมทบนายจ้าง |
|---|---|---|
| 12,000 บาท | 600 บาท | 600 บาท |
| 16,000 บาท | 800 บาท | 800 บาท |
| 17,500 บาทขึ้นไป | 875 บาท (สูงสุด) | 875 บาท (สูงสุด) |
แผนการปรับเพดานเป็นขั้นบันได คือ 17,500 บาท (ปี 2569–2571) 20,000 บาท (ปี 2572–2574) และ 23,000 บาท (ตั้งแต่ปี 2575)
กำหนดนำส่งเงินสมทบ
นายจ้างต้องหักเงินสมทบจากค่าจ้างลูกจ้าง รวมกับเงินสมทบส่วนของนายจ้าง แล้วนำส่ง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
หากนำส่งล่าช้า ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างนำส่ง
ปฏิทินงานเงินเดือนรายเดือน
| ภายในวันที่ | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| 7 (กระดาษ) / 15 (ออนไลน์) | ยื่น ภ.ง.ด.1 และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน |
| 15 | นำส่งเงินสมทบประกันสังคม และแจ้งลูกจ้างลาออก |
| ภายใน 30 วันหลังเริ่มจ้าง | ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสำหรับพนักงานใหม่ |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- จ่ายเงินเดือนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้พนักงานใหม่
- ยังคำนวณเงินสมทบด้วยเพดานเดิม 15,000 บาท
- ไม่ได้ปรับการหักภาษีเมื่อพนักงานได้ขึ้นเงินเดือนหรือโบนัส
- ลืมออก 50 ทวิ ให้พนักงานเมื่อสิ้นปี
- จ่ายค่าจ้างให้ฟรีแลนซ์แต่ยื่นรวมใน ภ.ง.ด.1 แทนที่จะยื่น ภ.ง.ด.3
อ่านเรื่องการหักภาษีค่าบริการและค่าจ้างฟรีแลนซ์:
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? อัตราที่ใช้บ่อย และการยื่น ภ.ง.ด.3/53
สรุป
เมื่อบริษัทมีพนักงาน ต้องหักภาษีเงินเดือนและยื่น ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์วันที่ 15) และนำส่ง เงินสมทบประกันสังคม 5% ทั้งสองฝ่าย ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยปี 2569 ใช้เพดานค่าจ้าง 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุดฝ่ายละ 875 บาท
เมื่อสิ้นปีต้องยื่น ภ.ง.ด.1ก และออก 50 ทวิ ให้พนักงานทุกคน
แหล่งอ้างอิง
ให้ SmartAcc ดูแลบัญชีและธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก
หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ SmartAcc Accounting & Audit Co., Ltd. พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งจดทะเบียนบริษัท แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท รับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษี และตรวจสอบงบการเงิน โดยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
📌 แอดไลน์ : @smartacc
📞 095-814-4519
📞 081-296-6739
📞 082-971-9614


One Response